Categories
NETFLIX หนังใหม่ หนั่งฝรั่ง

Seaspiracy I ใครทำร้ายทะเล (2021)

Seaspiracy I ใครทำร้ายทะเล (2021)

เมื่อไม่กี่ปีที่ผ่านมา หลายคนคงเคยเห็นคลิปการช่วยเหลือเต่าบนเรือกลางทะเล เมื่อมีหลอดพลาสติกติดอยู่ในจมูกของมัน ทำให้นักสำรวจท้องทะเลต้องดึงหลอดนั้นออก หลายคนสะเทือนเมื่อต้องเห็นเลือดไหลและสีหน้าที่เจ็บปวดของมัน จนเกิดการรณรงค์ไปทั่วโลกว่าให้ลดการใช้พลาสติกที่ไม่จำเป็น เพราะนั่นเป็นต้นเหตุให้เกิดภาวะโลกร้อนและสัตว์ทะเลเสี่ยงที่จะสูญพันธุ์ แต่หารู้ไม่ว่า พลาสติกที่เราใช้อยู่นั้นเป็นเพียง 0.03 เปอร์เซ็นต์ของต้นตอปัญหา ผมมีโอกาสได้ ดูหนังใหม่ออนไลน์ แนวสารคดีเรื่องหนึ่งซึ่งจะพาทุกท่านไปหาสาเหตุอีก 99.07 เปอร์เซ็นต์ที่เหลือว่ามันเกิดมาจากอะไรใน ‘Seaspiracy ใครทำร้ายทะเล’

Seaspiracy ภาพยนตร์แนว สารคดี Documentary เป็นผลงานการกำกับของ Ali Tabrizi ผู้กำกับภาพยนตร์เรื่องนี้เขาหลงใหลสิ่งมีชีวิตในมหาสมุทรและได้เรียบเรียงข้อมูลเกี่ยวกับอันตรายที่มนุษย์ทำกับสัตว์ทะเล พร้อมกับเปิดโปงการทุจริตทั่วโลกที่จะทำให้ทุกคนช็อค 

ใครทำร้ายทะเล

เรื่องราวของ อาลี ผู้ถ่ายทำสารคดีเรื่องนี้ เขาเป็นคนที่หลงใหลสัตว์โลกใต้มหาสมุทรตั้งแต่จำความได้ เมื่อเติบโตขึ้นเขาก็ยังหมกมุ่นอยู่กับการอนุรักษ์สัตว์น้ำ แต่เมื่อวันหนึ่งเขาเห็นข่าวการล่าโลมาที่ประเทศญี่ปุ่น อาลีจึงอยู่ไม่นิ่งและต้องการจะทำอะไรสักอย่าง เขาแบกเป้ พร้อมกับกล้องวิดีโอ เดินทางไปประเทศญี่ปุ่นทันที ระหว่างเดินทางเข้าไปในเมืองที่มีการล่าโลมา มีเจ้าหน้าที่ตำรวจคอยมาติดตามเขาอยู่ตลอดเวลา อาลีบอกว่าเขาแค่มาท่องเที่ยว เขาแอบถ่ายภาพที่น่าหดหู่มาได้คือการฆ่าโลมาจนท้องทะเลกลายเป็นสีแดง ส่วนโลมาที่รอดชีวิตก็ถูกขายไปโชว์ในสวนสนุก เหตุผลที่ชาวประมงล่าโลมานั้นก็เพราะว่าพวกมันกินปลาขนาดเล็กจนทำให้พวกเขาหาปลาได้น้อยลง การล่าโลมาเป็นเพียงจุดเริ่มต้นที่ทำให้เขาได้ค้นพบกับความจริงหลายอย่าง เพราะในระหว่างฤดูกาลล่าโลมานั้นมันยังส่งผลถึงสัตว์น้ำชนิดอื่นๆ ด้วย โดยเฉพาะปลาฉลาม เขาตามดูอีกทีว่าปลาฉลามที่จับได้มีปลายทางอยู่ที่ไหน เขาจึงเดินทางไปที่ประเทศฮ่องกง ประเทศที่ขึ้นชื่อว่าเป็นราชาแห่งหูฉลาม เขาค้นพบว่าหูฉลามเป็นตัวแทนแห่งความมั่งคั่งส่งผลให้การล่าปลาฉลามเป็นอุตสาหกรรมที่ทำเงินได้มหาศาล เปรียบเทียบได้ง่ายๆ ว่า ฉลามทั่วโลกฆ่าคนเฉลี่ยปีละ 10 คน แต่คนฆ่าฉลามเฉลี่ยชั่วโมงละ 3 หมื่นตัว และ 1 ปีมีฉลามตายจากการถูกล่ากว่า 50 ล้านตัว ซึ่งมันส่งผลกระทบต่อห่วงโซ่อาหารโดยรวมเป็นอย่างมาก อย่างแรกทำให้นกหลายสายพันธุ์เหลือจำนวนน้อยลงเพราะอดตาย เนื่องจากพวกมันหาอาหารในจังหวะที่ฉลามกำลังล่าเหยื่อ นกเหล่านั้นก็จะบินดิ่งลงทะเลเพื่อกินเศษอาหาร แต่เมื่อฉลามลดลงการหาอาหารแบบเดิมก็หายไป นอกจากนั้นเมื่ออันดับสูงสุดของห่วงโซ่อาหารอย่างฉลามถูกกำจัด ปลาอันดับรองลงมาก็จะล้นทะเลเพราะไม่มีใครมาล่าพวกมัน ทำให้พวกมันกินเหยื่อมากขึ้นจนปลาชนิดอื่นสูญพันธุ์ ต่อมาผู้ล่าหาอาหารไม่ได้ก็จะสูญพันธุ์ตาม เมื่อปลาสูญพันธุ์หมดปะการังที่เป็นตัวฟอกคาร์บอนในทะเลที่พึ่งพาอุจจาระของปลาก็ไม่มีอาหาร พวกมันก็ต้องตาย เมื่อปะการังตาย อุณหภูมิในทะเลก็สูงขึ้นจนเกิดเป็นภาวะโลกร้อนในที่สุด

Seaspiracy

มาพูดถึงเรื่องพลาสติกในทะเลกันบ้าง เมื่อผ่าท้องวาฬที่ตาย เกินครึ่งจะพบกับพลาสติกที่มาจากการประมงเชิงพานิชย์ อาลีจึงสงสัยว่าทำไมองค์กรรักษ์โลกต่างๆ ไม่พูดถึงประเด็นนี้และมัวแต่โฟกัสที่พลาสติกที่มนุษย์ใช้สอยในชีวิตประจำวันทั้งที่เป็นส่วนน้อยมากๆ ที่ทำให้ปลาหลายชนิดต้องตาย เขาจึงไปสืบค้นและพบว่าองค์กรด้านอนุรักษ์สัตว์ทะเลหลายแห่งได้รับทุนมาจากบริษัทประมงเชิงพานิชย์ขนาดใหญ่ นั่นพอจะสรุปได้แล้วว่า 99.07 เปอร์เซ็นต์ที่เหลือซึ่งเป็นต้นตอของภาวะโลกร้อนและหายนะทางทะเลนั้นเกิดจากการประมงที่เพิ่มขึ้น และแทบจะไม่มีทางแก้ไขเลยเพราะเราไม่สามารถห้ามคนกินปลาหรือหูฉลามได้ 

ทุกคนสามารถดูสารคดีเรื่องนี้ผ่านทาง หนังในเว็บออนไลน์ได้ เชื่อว่าทุกคนที่ได้ดูจะต้องช็อคกับข้อมูลที่สารคดีนำมากระแทกหน้าเรา ต้นต่อหลักๆ นั้นเกิดจากนายทุนที่โลภมากและภาครัฐที่ไม่เคยแก้ปัญหาอย่างเป็นจริงเป็นจัง ขณะนี้ผลกระทบต่างๆ เริ่มเห็นได้ชัดมากยิ่งขึ้นและยิ่งมากขึ้นเรื่อยเมื่อผู้มีอำนาจยังเพิกเฉย วันหนึ่งตัวเราเองหลือลูกเราอาจจะเป็นมนุษย์รุ่นสุดท้ายที่ต้องสูญพันธุ์เพราะอดตายก็ได้