Categories
หนังใหม่ หนั่งฝรั่ง

The Thin Red Line I ฝ่านรกยึดเส้นตาย (1998)

The Thin Red Line I ฝ่านรกยึดเส้นตาย (1998)

ในปี 1998 มีภาพยนตร์สงครามเรื่องหนึ่งที่ดังมากๆ อย่าง Saving Private Ryan ซึ่ง หนังHD เรื่องนี้กำกับโดยสตีเวน สปีลเบิร์ก เป็นหนังสงครามที่ถ่ายทอดความดิบเถื่อนในสนามรบได้อย่างสมจริง ทั้งเรื่องเต็มไปด้วยและห่ากระสุนอยู่ตลอดทั้งเรื่อง แต่ในปีเดียวกันนั้น ยังมีหนังสงครามโลกครั้งที่ 2 อีกเรื่องที่เล่าอีกมุมที่แตกต่างจากเรื่องดังกล่าว เป็นหนังสงครามที่เต็มไปด้วยทุ่งหญ้า ผีเสื้อบินผ่านกระบอกปืน แม้จะมีศพให้เห็นแต่ก็เป็นศพที่ลอยอยู่กลางน้ำตกที่สวยงาม ในทุกๆ ฉากของหนังเรื่องนี้มันคือความรุนแรงที่นิ่งสงบ หนังเรื่องนี้ชื่อ ‘The Thin Red Line’

The Thin Red Line คือภาพยนตร์แนว สงคราม War ที่เข้าฉายในปี 1998 ดัดแปลงมาจากหนังสือชีวประวัติของทหารผู้รอดชีวิตนายหนึ่งในสงครามโลกครั้งที่ 2 ชื่อ เจมส์ โจนส์ ที่เล่าถึงมิตรภาพในสงครามและการเอาตัวรอดท่ามกลางความโหดร้ายรุนแรงในสงคราม หนังเรื่องนี้กำกับและเขียนบทโดยผู้กำกับสายงานคราฟต์อย่าง เทอร์เรนซ์ เมลิก ซึ่งก่อนหน้านี้เขาเคยฝากผลงานการกำกับภาพยนตร์ที่ถูกขนานนามว่าเป็นหนังที่ภาพสวยราวกับนั่งดูงานศิลปะใน Badlands ในปี 1973 และ Days of Heaven ในปี 1978 ซึ่ง The Thin Red Line ยังเป็นหนังที่รวมนักแสดงดังๆ ในยุคนั้นไว้หลายคน ไม่ว่าจะเป็น จอร์จ คลูนีย์ ฌอน เพนน์ และอีกหลายๆ คน ซึ่งทำให้เรื่องนี้เป็นที่พูดถึงทันทีเพื่อประกาศฉาย พร้อมกับได้รับคำวิจารณ์อย่างท่วมท้นว่าคือหนังสงครามที่งดงามที่สุดตั้งแต่เคยมีมาในโลกใบนี้

ฝ่านรกยึดเส้นตาย

เรื่องราวของทหารอเมริกาในสงครามโลกครั้งที่ 2 กำลังอาศัยอยู่กับชาวพื้นเมืองเมลานีเซียที่เรียบง่ายและดูไร้กังวลในแปซิฟิกใต้ในระหว่างที่พวกเขารอการเรียกตัวให้ไปเสริมทัพต่อสู้กับทหารญี่ปุ่น แต่ไม่นาน พวกเขาก็ถูกเรียกตัวไปยังกัวดาลคาแนล เพื่อเสริมกำลังในรักษาความปลอดภัยของกองทัพและยึดเกาะจากทหารชาวญี่ปุ่น ในขณะที่พวกเขารอคอยการขนส่งของกองทัพเรือพวกเขาต่างกังวลถึงชีวิตและการรุกรานที่กำลังจะมาถึง  ในวันที่ 7 สิงหาคม ปี 1942 เครื่องบินที่ขนทหารมาได้ลงจอดบนเกาะกัวดาลคาแนลและเดินทัพไปยังด้านในของเกาะ ซึ่งพบกับชาวพื้นเมืองและหลักฐานการปรากฏตัวของญี่ปุ่นและยุทธวิธีต่างๆ อันน่าสยดสยอง พวกเขามาถึงใกล้เนินเขาแห่งหนึ่งซึ่งเป็นตำแหน่งสำคัญของญี่ปุ่น ทำให้เสียกำลังพลในจุดนี้ไปหลายคนแต่ก็สามารถฝ่าเนินเขาและเอาชนะไปได้ ยังมีอีกหลายภารกิจและการรุกรานอันแสนอันตรายรอพวกเขาอยู่ แม้หลายครั้งจะทำให้บางคนบาดเจ็บ ล้มตายและไม่ได้กลับไปหาครอบครัวที่รอคอยพวกเขา แต่กองกำลังของพวกเขาก็เป็นส่วนหนึ่งในการชนะสงครามโลกครั้งที่ 2 ไปได้ จนกลายเป็นวีรบุรุษของสงคราม  

The Thin Red Line

คอหนังน่าจะรู้กิตศัพท์ของผู้กำกับเทอร์เรนซ์ เมลิก เป็นอย่างดีว่าเขาคือผู้กำกับที่เน้นภาพมากๆ คนหนึ่ง ทุกช็อตในหนังของเขาต้องมีทิวทัศน์ที่สวยงามแม้จะเป็นหนังสงครามก็ตาม จุดเด่นของเขาในเรื่องคือมีเสียงบรรยายเบาๆ พร้อมกับภาพที่ถ่ายธรรมชาติราวกับกล้องลอยได้ ซึ่งก็ทำให้ The Thin Red Line ได้รางวัลทางด้านเทคนิคการถ่ายทำแทบจะทุกเวที ในด้านของเนื้อหา หนังอาจจะไม่ได้เข้าข้นเท่ากับ Saving Private Ryan ที่มีคอนเส็ปต์คือการช่วยเหลือชีวิตไรอันให้รอด แต่หนังเรื่องนี้กลับพูดถึงความสูญเสียโดยรวม ทุกคนคือส่วนหนึ่งของภารกิจ ไม่มีใครเด่นกว่าใคร ทุกชีวิตสำคัญเท่ากัน แม้จะเป็นเรื่องราวของเจมส์ โจนส์ แต่เขาก็เป็นเพียงทหารนายหนึ่งที่รอดชีวิต แต่อย่างที่บอกวความพิเศษของหนังคือการถ่ายธรรมชาติอย่างเลื่อนลอย สำหรับคนดูแล้วมันให้ความรู้สึกที่สมจริงไม่ต่างจาก Saving Private Ryan อีกทั้งการถ่ายทำแบบนี้ยังทำให้รับรู้ถึงอารมณ์กลัว หดหู่ของตัวละครได้มากกว่า 

ถ้าหากใครดู The Thin Red Line แบบ หนังคมชัดHD ยิ่งทำให้ได้อรรถรสเข้าไปใหญ่ คุณจะเห็นทุกรายละเอียดที่ตัวผู้กำกับตั้งใจใส่ แล้วคุณจะได้รับความรู้สึกที่แตกต่างจากหนังสงครามเรื่องอื่นๆ ราวกับนั่งดูภาพวาดศิลปะในพิพิธภัณฑ์