Categories
หนังใหม่ หนั่งฝรั่ง

The Way I See It | เล่าเรื่องผ่านเลนส์ (2020)

The Way I See It | เล่าเรื่องผ่านเลนส์ (2020)

ในประเทศที่ผู้นำต้องการเรืองอำนาจและสร้างบารมีให้กับตัวเอง การใช้ Propaganda หรือ โฆษณาชวนเชื่อจึงเป็นสิ่งที่สำคัญ เคสที่มีการใช้แล้วเห็นผลมากที่สุดครั้งแรกของโลกก็คงจะหนีไม่พ้นกรณีของกองทัพนาซี ที่ต้องการให้ชาติตะวันตกหวั่นเกรงในความยิ่งใหญ่ของฮิตเลอร์ รวมถึงเพิ่มอำนาจในการปกครองประชาชนในประเทศได้ หรืออย่างกรณีที่ใกล้เคียงและเราได้รับผลกระทบมากที่สุดก็คือ การสร้างโฆษณาชนชั้นนำครอบครัวหนึ่ง ซึ่งส่งผลให้คนไทยจงรักภักดีต่อพวกเขามาจนถึงปัจจุบัน ซึ่งสิ่งที่ยกตัวอย่างมา 2 เคสนั้น ล้วนแล้วแต่เป็นผู้นำทรราชทั้งสิ้น แต่หารู้ไม่ว่า อเมริกา ประเทศที่ผู้นำมาจากการเลือกตั้ง ประเทศที่เป็นตัวอย่างในการปกครองโดยระบอบประชาธิปไตย ก็ยังต้องมีการพีอาร์ตัวผู้นำเองด้วยเหมือนกัน ซึ่งการพีอาร์นั้นแตกต่างจากโฆษณาชวนเชื่อตรงนี้ ไม่ใช่การยัดเยียดให้ประชาชนเสพ แต่เป็นสื่อทางเลือกที่อยู่รายล้อมตัวเรา ผมจึงโอกาสหยิบ หนังHD แนวสารคดีที่จะอธิบายการพีอาร์ผู้นำในอเมริกาว่าพวกเขามีวิธีการอย่างไรกันบ้างใน “The Way I See It เล่าเรื่องผ่านเลนส์”

The Way I See It ภาพยนตร์แนว สารคดี Documentary กำกับโดย Dawn Porter สารคดีที่สัมภาษณ์ พีต โซซา ช่างภาพมือฉมังที่ถูกเลือกให้เป็นช่างภาพเพียงหนึ่งเดียวที่สามารถเข้าทำเนียบขาวติดตามบารัค โอบาม่า ในช่วงที่เขาดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีถึง 2 สมัย

เล่าเรื่องผ่านเลนส์

พีต รู้ตัวเองมาตั้งแต่ม.ปลายแล้วว่าเขาสนใจด้านการถ่ายภาพกล้องฟิล์ม พอจบมัธยมเขาจึงเลือกเรียนต่อด้านการถ่ายภาพโดยเฉพาะ พอเรียนจบ เด็กหนุ่มไฟแรงได้สร้างผลงานน่าประทับใจมากมายในนิตยสารระดับโลกอย่าง Times และอื่นๆ อีกมากมาย ในช่วงเวลาเพียงไม่กี่ปี ด้วยผลงานที่โดดเด่น โรนัลด์ เรแกน ประธานาธิบดีในสมัยนั้นจึงเลือกให้เขาไปเป็นช่างภาพประจำทำเนียบขาวและประจำตัวเขา พีตเชื่อว่าภาพถ่ายสามารถบอกเล่าเรื่องราวและถ่ายทอดอารมณ์ได้ไม่ต่างจากภาพเคลื่อนไหว ถือเป็นครั้งแรกที่พีตเลือกช็อตการถ่ายภาพในชีวิตส่วนตัวของผู้นำ เช่น การนั่งเล่นกับลูกๆ การใกล้ชิดกับสัตว์เลี้ยง ขณะเดียวกัน ก็ถ่ายภาพช่วงทำงานที่ขึงขัง จริงจังและมีความเป็นผู้นำได้เหมือนกัน และภาพที่โด่งดังของพีตในช่วงที่ทำงานให้กับเรแกนก็คือ วันที่เรแกนไปเยี่ยมภรรยาที่เพิ่งผ่าตัดมะเร็งเต้านม ซึ่งเป็นภาพที่ขัดแย้งกับสิ่งที่ประชาชนเห็นภาพสื่อทั่วไป หลังจากเรแกนหมดวาระ เขาก็ผันตัวไปเป็นช่างภาพในสนามรบ พอเกิดเหตุการณ์ 9/11 พีตแบกกล้องและแอบเข้าไปยังอิรักทันที ซึ่งทำให้ได้ภาพที่ค่อนข้างสดใหม่และสมจริงเป็นอย่างมาก แต่พอเขาอยู่ท่ามกลางระเบิดบ่อยๆ เข้า ก็ทำให้เขารู้ทันทีเลยว่า เขาไม่มีความกล้าพอจะที่เสี่ยงไปถ่ายรูปกับสถานการณ์แบบนั้น จึงกลับมาถ่ายภาพปกให้นิตยสารอีกครั้ง 

The Way I See It

การทำงานในทำเนียบขาวของเขาก็เกิดขึ้นอีกครั้งเมื่อ บารัค โอบามา ได้รับเลือกให้เป็นประธานาธิบดีในปี 2007 ตลอดระยะเวลา 8 ปีที่โอบามาดำรงตำแหน่งเป็นประธานาธิบดี ได้เกิดหลายเหตุการณ์สำคัญหลายอย่างในอเมริกา เช่น ปี 2011 ที่สหรัฐฯ สามารถส่งกองทัพสังหารบินลาเดน ผู้อยู่เบื้องหลังเหตุการณ์ 9/11 ได้ พีตอาจจะไม่ได้ติดตามทหารไปด้วย แต่ตอนนั้นเขาอยู่ในห้องสั่งการที่ทำเนียบขาว ที่มีโอบามาคอยสั่งการโดยตรงอยู่ที่นั่น เรานั้นภาพที่เขามีสีหน้าตึงเครียด ล้วนแล้วแต่เป็นอารมณ์ที่เกิดขึ้นจริงๆ ในห้วงเวลานั้น หรืออีกเหตุการณ์สะเทือนขวัญในปี 2012 เมื่อมีเด็กวัยรุ่นอายุ 19 ปี บุกเข้าไปกราดยิงโรงเรียนประถม ส่งผลให้เด็กเสียชีวิต 20 รายและผู้ใหญ่อีก 6 ราย โอบามาหยุดการประชุมทั้งหมดและนั่งฮอลไปหาญาติผู้เสียชีวิตทันที เขาเข้าไปสวมกอดพ่อแม่เด็ก 6 ขวบที่เสียชีวิตในเหตุการณ์นานเป็นชั่วโมง 

สรุปหลังจากดู หนังคมชัดHD เรื่องนี้จบก็คือ การสร้างโฆษณาชวนเชื่อคือการปั้นเรื่องโกหกขึ้นมาและฉายซ้ำบ่อยๆ จนเรื่องนั้นกลายเป็นความจริงในที่สุด แต่การพีอาร์คือสิ่งที่ตัวผู้นำคนนั้นทำเป็นเรื่องปกติอยู่แล้ว แต่อาจจะนำเสนอบ่อยมากขึ้นเมื่อผู้นำคนนั้นมีข่าวลบด้านการทำงานที่ผิดพลาด เป็นต้น