Categories
หนังใหม่ หนั่งฝรั่ง

The World to Come (2020)

The World to Come (2020)

ในงานประกาศรางวัลออสการ์ครั้งที่ 93 ซี่งจัดขึ้นในช่วงต้นปีนี้ ถือเป็นอีกปีทีมีคู่แข่งสูสีกันแทบจะทุกสาขา รวมถึงนักแสดงนำหญิงยอดเยี่ยม ที่ฟรานเซส แม็กดอร์แมนด์ เป็นผู้คว้ารางวัลไปได้จากหนังเรื่อง Nomadland แต่อีกหนึ่งคนที่เป็นที่พูดถึงไม่แพ้กันนั่นคือ วาเนสซ่า เคอร์บี้ จาก Pieces of a Woman ที่แสดงได้ยอดเยี่ยมมากๆ จากที่ผมเข้า เว็บหนังออนไลน์ ก็พบหนังอีกเรื่องที่วาเนสซ่าแสดงในปีเดียวกับหนังเรื่องดังกล่าวชื่อ “The World to Come”

The World to Come ภาพยนตร์แนว ดราม่า Drama กำกับโดย โมน่า ฟาสต์โวลด์ เรื่องราวของหญิงสาวที่มีความสัมพันธ์ที่ลึกซึ้งให้แก่กันในยุคสมัยที่ยังไม่เปิดกว้างและถูกมองว่าผิดบาป ทำให้ทั้งคู่ต้องแอบคบหากันทั้งๆ ที่ต่างคนต่างมีสามีอยู่แล้ว 

The World to Come

เริ่มต้นด้วยวันแรกของปี 1856 อาบิเกล ตื่นขึ้นมาบนเตียงนอนเหมือนกับทุกๆ วัน แม้จะเป็นวันเฉลิมฉลองแต่กิจวัตรที่ต้องทำนั้นทำให้เธออาจจะลืมหรือไม่ได้สนใจมันแล้วก็ได้ ชายที่นอนอยู่ข้างกายคือ ดายเออร์ สามีอันเป็นที่รักที่ชังของเธอ ทั้งคู่อยู่ใกล้ชิดกันตลอดวันแต่เหมือนห่างเหินกันเป็นระยะเวลานาน พวกเขาใช้ชีวิตในกระท่อมกลางป่าเขา สามีห้วนอยู่กับการเลี้ยงวัว ส่วนภรรยาก็ยุ่งอยู่กับงานบ้าน หาข้าวหาปลา และดูแล เนลลี ลูกสาวที่กำลังป่วยไข้ด้วยโรคคอตีบ ไม่นานเธอก็ล้มหายตายจากไปก่อนวัยอันควร ชีวิตคู่ที่นิ่งเฉยก็เหมือนตายด้านไม่ต่างจากร่างไร้วิญญาณของลูกน้อย ดายเออร์ยังคาดหวังที่จะเห็นรอยยิ้มจากภรรยา แต่น่าจะเป็นสิ่งที่ยากถ้าหากยังดำเนินชีวิตแบบนี้ต่อไปเรื่อยๆ เว้นแต่จะมีสิ่งที่มากระตุ้นต่อมแห่งความสุขของเธอขึ้นมาได้ วันหนึ่ง สาวผมบลอนด์เดินมาแต่ไกลพร้อมกับสุนัข เธอคือเพื่อนบ้านคนใหม่ที่มาสร้างฟาร์มหมูอยู่ไม่ไกลชื่อ แทลลี และอาศัยอยู่กับสามีชื่อ ฟินนีย์ อาบิเกลชวนเธอเข้าไปคลายความหนาวในบ้านพร้อมกับพูดคุยเพื่อตีสนิทกับเพื่อนบ้านคนใหม่ ผมยาวสยายของแทลลีทำให้อาบิเกลไม่สามารถละสายตาจากเธอได้เลย เช่นเดียวกัน ความสุขุมของอาบิเกลก็ดึงดูดความต้องการของแทลลีได้ไม่น้อย 

The World to Come

ทั้ง 2 มาพบกันบ่อยขึ้น จนความรู้สึกเริ่มชัดเจนเมื่อริมฝีปากและส่วนอื่นของร่ายกายกระทบกัน สามีของทั้งคู่ต่างไม่เอะใจอะไร รู้แค่ว่าภรรยาของพวกเขามีชีวิตชีวาขึ้นเป็นพอ แต่พอผ่านไปหลายเดือนภรรยามีความสุขแต่สามีเหมือนเป็นคนนอก ฟินนีย์ จึงตัดสินใจย้ายเมืองไปให้ไกลจากครอบครัวของอาบิเกล และเขาก็เริ่มรู้สึกแล้วว่าภรรยาของเขามีความรู้สึกบางอย่างกับภรรยาอีกบ้าน อาบิเกลเฝ้ารออย่างกระวนกระวายใจที่จะได้เห็นหน้าแทลลีอีกครั้ง แต่ก็ไร้วี่แวว จนได้รับจดหมายจากเธอว่าขณะนี้อาศัยอยู่ที่ไหน อาบิเกลจึงส่งจดหมายกลับไปหาเธอแต่ฟินนีย์ยึดจดหมายมาซึ่งมีเนื้อหาที่บรรยายถึงการพลอดรักอย่างโจ่งแจ้ง เขาเริ่มทำร้ายร่างกายแทลลีหนักขึ้น พร้อมกับสาปแช่งถึงบาปที่เธอได้กระทำ ขณะเดียวกัน อาบิเกลขอร้องให้ดายเออร์พาเธอนั่งเกวียนข้ามเมืองไปหาแทลลี ซึ่งใช้เวลาถึง 3 วัน เขาก็ยอมทำตามแม้จะรู้อยู่แก่ใจว่าภรรยาของเขาหลงใหลในตัวแทลลีมากแค่

ไหน เมื่อไปถึงฟาร์มแห่งใหม่ของฟินนีย์ ก็เห็นเขากำลังนั่งดื่มวอดการ์ด้วยสีหน้าที่เศร้าสร้อย อาบิเกลกระโดดลงจากเกวียนและพุ่งเข้าไปถามหาแทลลี เขาตอบอย่างเฉื่อยชาว่าเธอนอนตายอยู่ในบ้านมา 3 วันแล้วด้วยโรคคอตีบ อาบิเกลเข้าไปในบ้านและสวมกอดร่างไร้วิญญาณที่ซีดเผือดของแทลลี หลังจากนั้นอาบิเกลก็กลับไปที่กระท่อมหลังเดิม กับสามีคนเดิม และใช้ชีวิตแบบเดิม 

แม้จะเป็นเพียงผลงานเรื่องที่ 2 ของผู้กำกับ แต่ทุกรายละเอียดในหนังนั้นทำออกมาได้ประณีตเหมือนกับมีประสบการณ์การทำหนังมาแล้วหลายเรื่อง ทำให้ระหว่างนั่ง ดูหนังในเว็บ เรื่องนี้ ท่ามกลางความเงียบ เราจะได้ยินเสียงลมกระทบกิ่งไม้ กิ่งไม้กระทบบ้าน บ้านกระทบร่างของผู้คน และเสียงของผู้คนที่ทำบางสิ่งในบ้าน ทุกอย่างละเอียดจนช่วยบอกเล่าความรู้สึกเปล่าเปลี่ยวของตัวละครได้เป็นอย่างดี